แบ่งค่าใช้จ่ายเดินทางง่ายๆ: บอกลาความยุ่งยากกองทุนรวม!
ส่วนที่แย่ที่สุดของการเดินทางกับเพื่อนคืออะไร? ไม่ใช่การหลงทางหรืออุปสรรคทางภาษา แต่คือการคำนวณว่าใครเป็นหนี้ใครหลังเดินทาง!
ปัญหาที่เจอบ่อยตอนแบ่งค่าใช้จ่ายเดินทาง
ลองนึกภาพดู: คุณกับเพื่อน 4 คนไปทริปกระบี่ 5 วัน ระหว่างทริปบางคนจ่ายค่าที่พักรีสอร์ทบนเกาะ บางคนจ่ายค่าเรือไป Hong Island บางคนเลี้ยงข้าวต้มปลา บางคนรูดบัตรค่าน้ำมันรถตู้ บางคนกดเงินสดจ่าย Grab ที่สนามบิน...
ปัญหาแบ่งค่าใช้จ่ายแบบเดิม
- หลายสกุลเงินปนกัน: ค่าตั๋วเครื่องบินจ่าย USD ค่าโรงแรมตั้งราคา EUR ค่าอาหารในไทยจ่ายเป็น THB เรทเปลี่ยนทุกวัน คำนวณเองยากมาก
- ใครจ่ายอะไรบ้าง? 5 วัน 60-70 รายการ ทั้งค่ารถตู้ ค่าเรือ ค่าดำน้ำ ค่ามาสซาจ ค่าหมูกระทะ ใครจะจำได้หมด?
- คนไม่ร่วมทุกกิจกรรม: บางคนไม่ดำน้ำ บางคนไม่กินกุ้งเผา บางคนไม่ไป Sky Bar เลยไม่ควรหารเท่ากัน
- กลับมาทำงานก็ลืม: ยิ่งดองยิ่งคำนวณยาก เพื่อนเริ่มถามทวงก็เริ่มเขิน
"ลงขันกองกลางสิ?" — ปัญหาแอบแฝง
หลายคนคงเสนอ: "ก็ลงขันกันคนละ 5,000 บาทก่อนเดินทาง แล้วให้คนใดคนหนึ่งจ่ายไปก่อน!"
ฟังดูดี แต่ในชีวิตจริง...
ปัญหาของกองกลาง
- • ควรลงคนละกี่บาท? 3,000 หรือ 5,000?
- • คนถือเงินรู้สึกเครียด กลัวจ่ายเกิน
- • เงินหมดกลางทริปต้องเก็บเพิ่ม
- • คนไม่ดำน้ำจะคืนเงินยังไง?
- • เงินเหลือคืนยังไงให้ลงตัว?
จัดการกองกลางด้วย Mr.Splitter
- บันทึกเงินลงขันเป็น "โอน"
- ดูยอดคงเหลือกองกลางได้ทุกเมื่อ
- คำนวณยอดสุดท้ายอัตโนมัติ
- ทุกรายการบันทึกชัดเจน ตรวจสอบได้
วิธีที่ดีกว่า: บันทึกแบบเรียลไทม์ เคลียร์ตอนจบทริป
แทนที่จะลงขัน มีวิธีที่ง่ายกว่า: ใครจ่ายให้บันทึกลง Mr.Splitter ทันที!
ขั้นตอนการใช้ Mr.Splitter ในทริป
ก่อนออกทริป: สร้างกลุ่ม "ทริปกระบี่ 2026" เชิญเพื่อนเข้ากลุ่ม
แชร์ลิงก์ LINE — เพื่อนคลิกครั้งเดียวเข้ากลุ่ม ไม่ต้องโหลดแอป
ระหว่างทริป: ใครจ่ายก็บันทึกทันที
ถ่ายรูปใบเสร็จร้านกุ้งเผา หรือพิมพ์ "ค่าเรือ Phi Phi 3500" — AI อ่านยอดและสกุลเงินอัตโนมัติ
ใครไม่ร่วมก็เลือกได้
เลือกเฉพาะคนที่ไปดำน้ำ คนที่ไม่ไปไม่ต้องหาร ไม่ต้องบังคับเท่ากัน
จบทริป: คลิกเดียวเคลียร์
ระบบคำนวณว่าใครต้องโอนให้ใครเท่าไหร่ จำนวนการโอนน้อยที่สุด ใช้ PromptPay หรือ KBank โอนภายใน 1 นาที
ตัวอย่างทริปจริง: 4 วัน 3 คืน เกาะหลีเป๊ะ
สมมติเพื่อน 4 คน ไปเกาะหลีเป๊ะ 4 วัน 3 คืน รวมค่าใช้จ่าย:
- ค่าเรือ Speedboat ไป-กลับจากปากบารา = 1,200 × 4 = 4,800 บาท (A จ่าย)
- ค่าที่พักรีสอร์ท 3 คืน = 9,600 บาท (B รูดบัตร)
- ค่า Snorkeling Tour Program 8 เกาะ = 650 × 3 = 1,950 บาท (C จ่าย, D ไม่ร่วม)
- ค่ามูกระทะร้านดัง 4 คน = 1,600 บาท (D จ่าย)
- ค่าซื้อของฝาก 7-11 = 520 บาท (A จ่าย, แบ่งกัน 4 คน)
ใช้ Mr.Splitter บันทึกทั้ง 5 รายการ ระบบจะคำนวณว่าตอนจบทริป: D ต้องโอนให้ B จำนวน 1,750 บาท และ C ต้องโอนให้ B จำนวน 2,250 บาท เคลียร์หมดด้วยการโอน 2 ครั้ง — แทนที่จะโอนกันไป-กลับ 6-8 ครั้ง
ไม่ว่าจะใช้กองกลางหรือไม่ Mr.Splitter ก็ทำให้การแบ่งค่าใช้จ่ายทริปง่ายสุดๆ!
คำถามที่พบบ่อย
- Q1. ไปทริปกระบี่ ภูเก็ต ปาย ต้องลงขันกองกลางไหม?
- ไม่จำเป็น การลงขันแบบเดิมทำให้บันทึกรายวันยาก พอจบทริปคำนวณไม่ลงตัวก็มักทะเลาะกัน ใช้ Mr.Splitter บันทึกทุกรายการเข้ากลุ่ม LINE ตรงๆ ระบบคำนวณเองว่าใครต้องโอนให้ใคร ไม่ต้องเก็บเงินล่วงหน้า
- Q2. จ่ายผ่านบัตรเครดิตและเงินสดบาท จะรวมยังไง?
- Mr.Splitter ให้เลือกผู้จ่ายและสกุลเงินในแต่ละรายการ ไม่ว่าจะรูดบัตรหรือจ่ายสด THB ระบบจะแปลงเป็นสกุลหลักด้วยเรทเรียลไทม์อัตโนมัติ ไม่ต้องแยกบัญชีคิดทีหลัง
- Q3. เพื่อนมาร่วมทริปกลางทาง หรือกลับก่อน จะแบ่งยังไง?
- ในการตั้งค่ากลุ่ม แต่ละรายการเลือก "สมาชิกที่หาร" ได้ คนที่มาทีหลังก็หารเฉพาะค่าใช้จ่ายช่วงที่อยู่ ใช้ "หารไม่เท่ากัน" เพื่อกำหนดจำนวนเองก็ได้ เช่น คนที่ไม่ดำน้ำก็ไม่ต้องจ่ายค่าเรือ
- Q4. จบทริปแล้วจะเคลียร์เงินยังไงเร็วที่สุด?
- ไปที่หน้า "ชำระบัญชี" ของ Mr.Splitter ระบบใช้อัลกอริทึมโอนน้อยที่สุด สร้างรายการโอน 1-N รายการที่เคลียร์หนี้ทั้งหมดในรอบเดียว แต่ละคนเห็นยอดที่ต้องจ่าย/รับ แล้วใช้ PromptPay, KBank, SCB, LINE Pay โอนได้ทันที
- Q5. รองรับการคำนวณ Service Charge 10% และ VAT 7% ของร้านอาหารไทยไหม?
- รองรับ คุณสามารถบันทึกยอดสุทธิหลังบวก Service Charge และ VAT แล้วก็ได้ หรือใช้ฟีเจอร์หารตามรายการ (ใครกินอะไร) แล้วระบบจะคำนวณส่วนแบ่งของ Service Charge และ VAT ตามสัดส่วนให้อัตโนมัติ